Scholar Information System  

 

บุญส่ง สุตะพันธ์

ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ-นามสกุล นายบุญส่ง สุตะพันธ์
Mr. Boonsong Sutapun
สายงาน/ตำแหน่ง Chief , Electro - Optics Section,
สำนัก/กอง/ภาควิชา/คณะ งานวิจัยอิเล็กโตรออปติกส์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
กรม ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
กระทรวง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความเชี่ยวชาญ/ความสนใจ Optical Sensing Technology, Surface Plasmon Resonance, Evanescent-based Sensors, Spectrophotometry, Colorimetry, Micro-optics งานวิจัยอิเล็กโตรออปติกส์

ส่ง e-mail ถึง บุญส่ง สุตะพันธ์

ข้อมูลการศึกษา

ปริญญาตรี
แหล่งทุน ทุนส่วนตัว
ชื่อปริญญา BACHELOR OF SCIENCE
สาขาวิชาเอก ฟิสิกส์
สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ประเทศ ไทย
สำเร็จการศึกษาปี พ.ศ. 2533

ปริญญาโท
แหล่งทุน ทุนรัฐบาล (กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี : ว.ว. )
ชื่อปริญญา MASTER OF SCIENCE
สาขาวิชาเอก วิศวกรรมไฟฟ้า / ELECTRICAL ENGINEERING
สถาบันการศึกษา WASHINGTON UNIVERSITY
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
สำเร็จการศึกษาปี พ.ศ. 2538

ปริญญาเอก
แหล่งทุน ทุนรัฐบาล (กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี : ว.ว. )
ชื่อปริญญา DOCTOR OF PHILOSOPHY
สาขาวิชาเอก Electrical Engineering and Applied Physics
สถาบันการศึกษา CASE WESTERN RESERVE UNIVERSITY
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
สำเร็จการศึกษาปี พ.ศ. 2543
วิทยานิพนธ์ Physical and Chemical Fiber-Optics Sensors base on Evanescent Interaction

โครงการวิจัย

การวิจัยและพัฒนาการเคลือบฟิลม์บางอินเดียมทินออกไซด์ สำหรับเซลล์แสงอาทิตย์แบบอะมอร์ฟัสซิลิกอน
ผู้ให้ทุน ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้วิจัยร่วม นาย บุญส่ง สุตะพันธ์ / นาย สถาพร จันทน์หอม/ นาย วิยะพล พัฒนะเศรษฐกุล/ นาย ชูวิทย์ โภคบุตร
ระยะวิจัย 1 ตุลาคม 2539
ถึง 30 กันยายน 2541
สถานภาพ เสร็จสิ้นยังไม่ได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์
บทคัดย่อ งานวิจัยและพัฒนาโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยและพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์ แบบอะมอร์ฟัสซิลิกอน ซึ่งมี ดร.พอพนธ์ สิชฌนุกฤษฏ์ เป็นหัวหน้าโครงการ โดยงานวิจัยและพัฒนาในโครงการนี้จะเป็นส่วนของการเคลือบฟิล์มบางอินเดียมทินออกไซค์ซึ่งเป็นชั้นของฟิลม์ที่จำเป็นจะต้องอยู่ในเซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อทำหน้าที่นำไฟฟ้า

การวิจัยรักษาโรคมะเร็งด้วยเลเซอร์
ผู้ให้ทุน ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้วิจัยร่วม นาย บุญส่ง สุตะพันธ์
ระยะวิจัย 1 ตุลาคม 2539
ถึง 30 กันยายน 2540
สถานภาพ เสร็จสิ้นยังไม่ได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์
บทคัดย่อ โครงการวิจัยนี้เป็นโครงการร่วมกับกรมแพทย์ทหารเรือ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เพื่อศึกษาวิจัยและรักษาโรคมะเร็งด้วยแสงเลเซอร์ โดยใช้หลักการของ Photodaynamic Therapy (PDT) ซึ่งเป็นการรักษาแบบ SELECTIVE TREATMENTวิธีการของการรักษาจะทำโดยการฉีดสาร Photosensitizing Agent เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งเซลล์มะเร็งจะเกาะจับสารนี้ไว้ และเมื่อฉายแสงเลเซอร์จะเกิดปฏิกิริยา Photobiological - Reaction & Oxydization ทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งที่เกาะจับสารนี้ไว้เท่านั้น โดยไม่ทำลายเซลล์ของเนื้อเยื่อปกติเลย โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักในการนำวิทยาการด้านเลเซอร์มมาประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง โดยการพัฒนาบุคลากร, จัดตั้งทีมและดำเนินการวิจัยร่วมกับสถาบันวิจัยหลายแห่ง ทั้งในและนอกประเทศ รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์วิจัยทางการแพทย์ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งสนับสนุนงานวิจัย การแลกเปลี่ยนข่าวสาร ข้อมูล และเป็นสถานที่ที่บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนจะสามารถใช้เพื่อการวิจัยได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ เพื่อผลการวิจัยที่ดีต่อไปในอนาคต การดำเนินการวิจัยในขั้นแรกจะเริ่มจากการศึกษาผลการรักษามะเร็งด้วยเลเซอร์ในระดับเซลวิทยาและสัตว์ทดลองก่อน เมื่อได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จึงจะเริ่มทำการวิจัยในคนต่อไป

เครื่องวัดฟิล์มกรองแสงรถยนต์เชิงพาณิชย์
ผู้ให้ทุน ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้วิจัยร่วม นาย อาโมทย์ สมบูรณ์แก้ว / นาย บุญส่ง สุตะพันธ์/ นาย จุมพล เยรบุตร
ระยะวิจัย 1 ตุลาคม 2541
ถึง 30 กันยายน 2544
สถานภาพ เสร็จสิ้นยังไม่ได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์
บทคัดย่อ ในการวัดเปอร์เซนต์แสงส่องผ่านของฟิล์มกรองแสงรถยนต์นั้น จำเป็นต้องนำเทคโนโลยีทางแสง และอิเล็กทรอนิกส์มาผสมผสานกัน เพื่อให้ผลเป็นเครื่องแบบพกพา ที่สามารถได้ค่าใกล้เคียงมากที่สุดเมื่อเทียบกับมาตรฐานการวัดเปอร์เซนต์แสงส่องผ่านที่วัดในห้องปฏิบัติการด้วยลำดับและวิธีการมาตรฐาน ดังนั้นโครงการนี้จึงเป็นการวิจัยและพัฒนาเครื่องวัดเปอร์เซนต์แสงส่องผ่านของฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่มีราคาถูก มีความสามารถพกพาได้ ใช้พลังงานอย่างประหยัด และมีคุณสมบัติต่างๆ ทัดเทียมหรือดีกว่าเครื่องจากต่างประเทศที่มีราคาแพง เพื่อเป็นทางเลือก และเป็นการนำเทคโนโลยีทั้งสองทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สังคมไทย

การพัฒนาแม่พิมพ์ฮอโลแกรมสลักเพื่อสนับสนุนการผลิตเชิงพาณิชย์
ผู้ให้ทุน ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้วิจัยร่วม นาย บุญส่ง สุตะพันธ์
ระยะวิจัย 1 ตุลาคม 2541
ถึง 30 กันยายน 2543
สถานภาพ เสร็จสิ้นยังไม่ได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์
บทคัดย่อ การพัฒนาการผลิตแม่พิมพ์ฮอโลแกรมสลัก เพื่อสนับสนุนการผลิตเชิงพาณิชย์นั้น เพื่อที่จะเพิ่มศักยภาพของต้นแบบโรงงานผลิตฮอโลแกรมสลักของหน่วยปฏิบัติการและมุ่งให้เอกชนรับไปดำเนินงานผลิตในเชิงพาณิชย์จริงต่อไป เพื่อลดการนำเข้าและผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมทางด้านนี้โดยคนไทย ด้วยวิธีปรับปรุงระบบต่างๆในกระบวนการผลิตแม่พิมพ์ฮอโลแกรมของโรงงานต้นแบบฯ ติดต่อกับเอกชน จัดประชุมร่วม ผลักดันให้เกิดความมั่นใจ เป็นที่ปรึกษาและรับงานผลิตแม่พิมพ์เพื่อสนับสนุนผู้ลงทุนในอุตสาหกรรม

โครงการวิจัยและพัฒนาเออร์เบียมแย็กเลเซอร์สำหรับประยุกต์ใช้งานด้านทันตกรรม
ผู้ให้ทุน ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้วิจัยร่วม นาย บุญส่ง สุตะพันธ์ / นาย สถาพร จันทน์หอม/ นาย ชูวิทย์ โภคบุตร
ระยะวิจัย 1 ตุลาคม 2541
ถึง 30 กันยายน 2543
สถานภาพ เสร็จสิ้นยังไม่ได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์
บทคัดย่อ งานวิจัยและพัฒนานี้ จะพัฒนาเครื่องเออร์เบียมแย๊กเลเซอร์ ซึ่งให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ความยาวคลื่น 3.0 ไมโครเมตร โดยที่ความยาวคลื่นนี้เหมาะสำหรับใช้งานทางด้านทันตกรรม นั่นคือใช้ในการกรอฟัน หลังจากที่พัฒนาเครื่องเลเซอร์ต้นแบบเสร็จเรียบร้อยแล้วในปีงบประมาณ 2542 ในปีงบประมาณปี 2543 จะนำไปทดสอบการใช้งานจริงกับคนไข้ที่คณะทันตแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาฯ แล้วจึงจะเผยแพร่สู่สาธารณชน เพื่อหาภาคเอกชนผลิตในเชิงพาณิชย์ต่อไป

โครงการวิจัยและพัฒนาต้นแบบเพื่อโรงงานแกะสลักฮอโลแกรม
ผู้ให้ทุน ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้วิจัยร่วม นาย บุญส่ง สุตะพันธ์ / นาย ภักดี มูซอ/ นาย โกษม ไชยถาวร/ นาย อาโมทย์ สมบูรณ์แก้ว
ระยะวิจัย 1 ตุลาคม 2541
ถึง 30 กันยายน 2542
สถานภาพ เสร็จสิ้นยังไม่ได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์
บทคัดย่อ พัฒนาต้นแบบโรงงานผลิตฮอโลแกรมสลักและรูปแบบงานฮอโลแกรมให้เป็นแบบใหม่ๆ มากขึ้น และสามารถดำเนินเชิงพาณิชย์ได้

โครงการเทคโนโลยีการตรวจวัดเชิงแสง:สำรับการวิเคราะห์ทางเคมีและชีวเคมี การตรวจคุณภาพของน้ำ และการควบคุมคุณภาพของงานพิมพ์
ผู้ให้ทุน ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้วิจัยร่วม นาย บุญส่ง สุตะพันธ์ / นาง สุวรรณี ผู้เจริญชนะชัย/ นาย โกษม ไชยถาวร/ นาย อาโมทย์ สมบูรณ์แก้ว/ นาย ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร/ นาย ถนอม โลมาศ/ นาย รัฐศาสตร์ อัมฤทธิ์
ระยะวิจัย 1 พฤษภาคม 2543
ถึง 30 กันยายน 2546
สถานภาพ เสร็จสิ้นยังไม่ได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์
บทคัดย่อ ในปีที่ 2 โครงการนี้นำเอาเทคโนโลยีเชิงแสงมาประยุกต์ใช้งานใน 3 ด้าน คือ การวิเคราะห์สารในน้ำ การตรวจหาเชื้อโรคฉี่หนู และ การตรวจคุณภาพงานพิมพ์บนธนบัตร โดยจะพัฒนาต้นแบบเชิงพาณิชย์เครื่องวิเคราะห์สารในน้ำ ต้นแบบเชิงปฏิบัติการเครื่องตรวจเชื้อโรคฉี่หนู และต้นแบบภาคสนามเครื่องอ่านเลขหมายลายเซนต์ การพัฒนานี้ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2544 และเทคโนโลยีใหม่ที่ต้องพัฒนาขึ้นให้เหมาะสมกับงาน

เทคโนโลยีโฟโตนิกส์
ผู้ให้ทุน ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้วิจัยร่วม นาย ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร / นาง สุวรรณี ผู้เจริญชนะชัย/ นาย โกษม ไชยถาวร/ นาย อาโมทย์ สมบูรณ์แก้ว/ นาย บุญส่ง สุตะพันธ์/ นาย รัฐศาสตร์ อัมฤทธิ์
ระยะวิจัย 1 ตุลาคม 2544
ถึง 30 กันยายน 2547
สถานภาพ เสร็จสิ้นยังไม่ได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์
บทคัดย่อ งานวิจัยนี้เกี่ยวกับการจัดตั้งห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีโฟโตนิกส์เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีแสง การพัฒนาต้นแบบเครื่องอ่านลายนิ้วมือเชิงแสงซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานกับระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบงานทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ระบบโรงรับจำนำ หน่วยงานธนาคาร ศาล เรือนจำ งานนิติเวช และ งานข้อมูลอาชญากรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การพัฒนา สวิทช์สัมผัสเชิงแสง และการพัฒนา WDM 2x2 Fiber-Optic Switch ที่ใช้หลักเชิงกล ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้ทั้งกับระบบสื่อสารด้วยแสง ระบบควบคุมเรดาร์ด้วยแสง และ ระบบตรวจวัดเชิงแสง ในช่วงเฟสแรกของโครงการนี้ซึ่งจะเริ่มในปีงบประมาณ 2545 จะเกี่ยวข้องกับการสร้างและทดสอบเครื่องอ่านลายนิ้วมือเชิงแสง ดำเนินการเปิดหลักสูตรอบรมองค์ความรู้พื้นฐานของเทคโนโลยีแสง การก่อตั้งสมาคมแสงแห่งประเทศไทย การเปิดวิชาสอนทางโฟโตนิกส์ในสถาบันการศึกษาภายในประเทศ และ การพัฒนาต้นแบบสวิทช์สัมผัสเชิงแสง ในเฟสที่สองจะเริ่มดำเนินการในปลายปีงบประมาณ 2545 ซึ่งจะดำเนินการสร้างและพัฒนาต้นแบบอุปกรณ์สวิทช์ชิ่งเชิงแสงแบบ WDM 2x2 Fiber-Optic Switch

โครงการชุดทดสอบคลอรีนสำหรับน้ำดื่มและน้ำในสระว่ายน้ำ
ผู้ให้ทุน ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้วิจัยร่วม นาย บุญส่ง สุตะพันธ์ / นาง สุวรรณี ผู้เจริญชนะชัย/ นาย โกษม ไชยถาวร/ นาย อาโมทย์ สมบูรณ์แก้ว/ นาย ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร/ นาย ถนอม โลมาศ/ นาย รัฐศาสตร์ อัมฤทธิ์
ระยะวิจัย 16 มกราคม 2545
ถึง 16 กรกฎาคม 2545
สถานภาพ เสร็จสิ้นยังไม่ได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์
บทคัดย่อ ปัจจุบันมีการเติมคลอรีนลงไปในน้ำดื่มและในสระว่ายน้ำเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ถ้าเติมในปริมาณมากเกินไปอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ จึงจำเป็นต้องมีการควบคุมปริมาณของคลอรีนให้เหมาะสมตามมาตรฐานของกรมอนามัยหรือมาตรฐานสากล เครื่องมือแบบภาคสนามสำหรับวัดปริมาณของคลอรีนที่ใช้กันแพร่หลาย คือ เครื่อง photometer :โดยเครื่องมือที่ใช้นำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด ราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 15,000 –20,000 บาท เทคนิคการออกแบบเครื่องมือวัดใช้สารเคมี (reagent) เที่ทำปฏิกิริยากับคลอรีน เครื่องมือนี้จะมีความจำเป็นมากขึ้นในอนาคต เมื่อสังคมเริ่มให้ความสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถดัดแปลงเครื่องมือนี้ให้สามารถวัดสารอื่นที่ต้องการภายในเครื่องเดียวกันหรือแยกเครื่องได้โดยง่าย เช่น Nitrate, pH, NaCl (ความเค็ม) หรือ โลหะหนัก ได้โดยง่าย โอกาสทางการตลาด: ยังไม่ได้สำรวจตลาด แต่พบว่ามีการนำเข้าเครื่องมือชนิดมาจำหน่ายภายในประเทศ เครื่องมือที่ใช้คือ photometer หรือ Spectrophotometer (10,000-100,000 บาท) จุดเด่นของเราคือ สามารถรับทำ calibration ได้เอง ราคาต่ำกว่าครึ่ง และออกแบบคำสั่งต่างๆ ให้เป็นภาษาไทย เพื่อให้ผู้ใช้งานปฏิบัติตามได้ง่าย ไม่ผิดพลาด ความคุ้มค่า: ราคาขายประมาณ 3,000-5,000 บาทต่อชุด น่าจะทดแทนเครื่องนำเข้าจากต่างประเทศได้ไม่ต่ำกว่า 25% ของการนำเข้า วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ส่วนใหญ่สามารถหาได้ภายในประเทศ ส่วนสารเคมีที่ใช้วัดคลอรีนนั้นนำเข้าจากต่างประเทศ ความยากง่ายของ RD: ไม่ยาก เพราะได้สร้างต้นแบบเชิงปฏิบัติการแล้ว การวัดปริมาณคลอรีนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเครื่องวัดสารในน้ำที่จะทำให้กรมควบคุมมลพิษในปี 2545 Chlorine Test Kit มีหลักการออกแบบคล้ายกับเครื่องวัดคุณภาพน้ำเพียงแต่สามารถวัดคลอรีนได้อย่างเดียว ซึ่งจะทำให้การเทียบมาตรฐานง่ายขึ้น เพราะใช้กับสารชนิดเดียว ในการออกแบบจะใช้ LED และ Photodetector 1 คู่ ในกรณีของน้ำดื่มอาจจะต้องเพิ่ม optical filter อีก 1 ตัว ราคาประมาณ USD 20-30 ระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็คล้ายกับเครื่องวัดฟิล์มกรองแสงที่สำเร็จไปแล้ว ชุดคิดประกอบด้วย (1) มิเตอร์ (2) สารเคมี และ (3) กระเปาะแก้วบรรจุน้ำ เทคโนโลยีที่ได้: มีความเป็นไปได้ที่จะสามารถออกแบบและสร้าง narrowband optical filter โดยใช้เครื่องมือที่มีอยู่ภายในประเทศ จดสิทธิบัตรได้ ลดราคาลงได้มาก

เทคโนโลยีโฟโตนิกส์
ผู้ให้ทุน ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้วิจัยร่วม นาย บุญส่ง สุตะพันธ์
ระยะวิจัย 1 ตุลาคม 2545
ถึง 30 กันยายน 2549
สถานภาพ กำลังดำเนินงาน
บทคัดย่อ โฟโตนิกส์เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการนำเอาความรู้เชิงแสงมาประยุกต์ใช้งาน สำหรับประเทศไทยเทคโนโลยีด้านนี้ควรวิจัยและพัฒนาในเชิงของเทคโนโลยีต้นน้ำ เพราะเทคโนโลยีพื้นฐานอันหนึ่งสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลายด้าน ดังนั้นในการดำเนินการวิจัยจะเน้นที่การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้มาซึ่งองค์ความรู้ใหม่ เช่น สิทธิบัตร บทความ และบันทึกวิจัย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การวิจัยและพัฒนามีเป้าหมายชัดเจน จึงได้กำหนดหัวข้อวิจัยเป็นการประยุกต์ใช้งาน โดยเน้นไปที่การประยุกต์ใช้งาน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มด้านการเกษตร สิ่งแวดล้อม และการแพทย์ เรียกชื่อเทคโนโลยีโดยรวมว่า Biophotonics ผลงานที่ได้จากกลุ่มนี้จะสอดคล้องกับนโยบายอาหารปลอดภัยและครัวของโลกของรัฐบาล การประยุกต์ใช้งานกลุ่มที่สองคือ ด้านการตรวจสอบคุณภาพของอุตสาหกรรมการผลิต เช่น อุตสาหกรรมการผลิตเลนส์ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นต้น กลุ่มเทคโนโลยีด้านนี้เรียกว่า Optical metrology ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศ การวิจัยและพัฒนาที่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยี แต่มีเป้าหมายเป็นการประยุกต์ใช้งานนั้น จะต้องทำงานร่วมกันภาคเอกชนที่เป็นผู้ที่จะรับเทคโนโลยีไปผลิต และนักวิจัยกลุ่มอื่นที่มีงานวิจัยสอดคล้องกัน ถ้าไม่มีผู้ผลิตก็จะทำให้ไม่สามารถผลักดันงานวิจัยสู่การประยุกต์ใช้จริงได้ และถ้าไม่ร่วมมือกับนักวิจัยกลุ่มอื่นก็จะทำให้การประยุกต์ใช้งานไม่หลากหลาย ดังนั้นกลยุทธ์ที่สำคัญของโครงการคือ ต้องสามารถหาผู้ผลิตและร่วมวิจัยให้เกิดการประยุกต์ใช้งานที่หลากหลาย สำหรับเทคโนโลยีพื้นฐานที่น่าสนใจแต่ยังไม่สามารถเจาะจงผู้ผลิตได้ จะเน้นการศึกษาความเป็นไปได้ในทางเทคนิคและการตลาด ก่อนที่จะพัฒนาเป็นต้นแบบเชิงพาณิชย์ซึ่งปกติจะใช้เวลานานและลงทุนสูง เพื่อเพิ่มโอกาสในการนำไปใช้จริง ผลจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีในปีที่ผ่านมาบ่งชี้ว่า ผลงานของ RDE3 เหมาะกับผู้ผลิตขนาดเล็กและขนาดกลางที่ต้องการมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเป็นของตนเอง ดังนั้นในช่วง 3 ปี ข้างหน้า RDE3 จะเน้นการทำงานร่วมกับกลุ่มผู้ผลิตกลุ่มนี้เป็นหลักเป้าหมาย:(1) สนับสนุนและส่งเสริมการต่อยอดของเทคโนโลยีให้กับ High-tech SMEs 3 บริษัท ที่ได้รับเทคโนโลยีจากเนคเทคในปี 2547 ให้สามารถเริ่มผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2548 ได้(2) พัฒนา High-tech SMEs ด้านเครื่องมือวัดหรืออุปกรณ์เชิงแสง ให้มีผลิตภัณฑ์เป็นของตนเองเพิ่มอีก 2 บริษัท(3) สร้างองค์ความรู้ใหม่และศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้งานที่มีผลกระทบสูง ในสาขาเทคโนโลยี Biophotonics และ Optical metrology เพื่อใข้เป็นฐานข้อมูลในการทำวิจัยในอนาคตกลยุทธ์:(1) รับโจทย์โดยตรงจากผู้ผลิตไม่น้อยกว่า 50% ของหัวข้อโครงการทั้งหมด โดยผู้ผลิตหรือผู้ใช้นั้นจะต้องมีเป้าหมายการผลิตและการตลาดที่ชัดเจน และเป็นโครงการที่สามารถต่อยอดจากเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิม โครงการดังกล่าวประกอบด้วยง เครื่องอ่านความเข้มข้นสำหรับชุดทดสอบภาวะโรคตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด ผู้ที่สนใจคือ นพ.เกียงไกร จิระแพทย์พัฒนาเครื่องเทียบสีเดิมให้สามารถใช้กับหลอดทดสอบขนาดเล็กได้ เมื่อใช้คู่กับชุดทดสอบภาวะโรคตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดที่พัฒนาเสร็จแล้วโดย นพ.เกียงไกร จิระแพทย์ จะสามารถนำไปใช้ตามโรงพยาบาลทั่งไปได้ ขนาดตลาดในประเทศ 1,000 เครื่อง ราคานำเข้าจากต่างประเทศเครื่องละ 0.2 ล้านบาทง อุปกรณ์สำหรับตรวจสอบการทำงานของเลเซอร์วัดระยะทาง (Laser range finder) ที่ใช้ในกองทัพ ผู้ที่สนใจคือ บริษัท KCP Associateพัฒนาต้นแบบภาคสนามอุปกรณ์ Laser discharge unit สำหรับตรวจสอบการทำงานของเลเซอร์วัดระยะทาง (Laser range finder) ที่ใช้ในกองทัพ ทำให้สามารถซ่อมแซมอุปกรณ์เหล่านี้ได้เองในประเทศ ทำให้ไม่ต้องสั่งเครื่องใหม่ซึ่งมีราคาประมาณ 10 ล้านบาทต่อชุดง โฟโตมิเตอร์สำหรับการตรวจวัดทางชีวเคมี ผู้ที่สนใจคือ บริษัทสยามอินเตอร์แล็ป จำกัดเพื่อใช้ในโรงพยาบาลและห้องปฏิบัติการทางชีวเคมี ขนาดตลาด 1,000 เครื่อง สำหรับทดแทนการนำเข้าที่มีราคาประมาณ 0.3 ล้านบาท/เครื่องง เครื่องวัดความหนาเลนส์ความละเอียด 1 ไมครอน ผู้ที่สนใจคือ ห้างหุ้นส่วนจำกัดนอร์ทเทริ์น ดูบอร์ดพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีเดิมให้มีความละเอียดสูงขึ้น สำหรับใช้ในการควบคุมคุณภาพอุตสาหกรรมผลิตเลนส์ที่ต้องการความเที่ยงตรงสูงง เครื่องมือวัดสำหรับชุดทดสอบ NPK ในดิน ผู้ที่สนใจคือ บริษัท บางกอกไฮแล็ป จำกัดในปี 2547 ได้พัฒนาเครื่องมือวัดสำหรับธาตุ N และ P ได้แล้ว ส่วนสำหรับธาตุ K จะพัฒนาในปี 2548 โดยร่วมมือกับภาควิชาปฐพีวิทยา มก. ซึ่งได้ผลิตชุดทดสอบจำหน่ายในเชิงพาณิชย์แล้ว เมื่อเสร็จโครงการจะได้เครื่องมือวัดปุ๋ยในดินที่มีราคาถูก มีความแม่นยำสูง เพื่อให้เกษตรกรและนักวิชาการด้านการเกษตร สามารถใช้ตรวจสอบคุณภาพของดินทั้งก่อนและระหว่างการเพาะปลูกพืช เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการใส่ปุ๋ยได้ตรงกับความต้องการของพืชได้มากขึ้น ความต้องการน่าจะอยู่ที่ 200 เครื่องต่อปีง สวิตช์สัมผัสเชิงแสงแบบสัมผัสติด-สัมผัสดับ และ แบบสัมผัสติด-ปล่อยดับ ผู้ที่จะนำไปใช้ คือ กลุ่มโครงการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับคนพิการ (ASTEC) ของเนคเทคพัฒนาต้นแบบภาคสนามสวิตช์ที่ไม่มี dead zone บนพื้นที่ขนาด 1 ตร.นิ้ว โดยการต่อยอดจากสิ่งประดิษฐ์ที่ได้จดสิทธิบัตรไว้ในประเทศสหรัฐฯ และ ยื่นขอจดในประเทศไทย(2) ศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิคและการตลาดเบื้องต้นก่อนการพัฒนาเป็นต้นแบบเชิงพาณิชย์ สำหรับหัวข้อโครงการอื่นๆ ที่น่าสนใจแต่ยังไม่มีผู้ผลิตสนใจหรือมีผู้สนใจแต่ยังไม่มีเทคโนโลยีเพียงพอง เทคนิคเชิงแสงสำหรับการตรวจสอบเนื้อแก้วยางไหลของมังคุดง เครื่องมือวัดสำหรับชุดทดสอบสารตกค้างในอาหารง เทคนิคเชิงแสงสำหรับอุปกรณ์การสื่อสารด้วยแสง เช่น อุปกรณ์ควบคุมความเข้มแสง อุปกรณ์สวิตชชิงเชิงแสง และ อุปกรณ์ชดเชยผลของ Polarization Mode Dispersion เป็นต้นง เทคนิคเชิงแสงสำหรับการพัฒนาอุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องบันทึกลายพิมพ์นิ้วมือแบบไม่สัมผัส และ แผ่นสัมผัสเชิงแสง เป็นต้นง เทคนิคเชิงแสงสำหรับประยุกต์ใช้ทางด้านเครื่องปั้นดินเผาและสิ่งทอ(3) ว่าจ้างหรือให้ทุนวิจัยระยะสั้นแบบกำหนดหัวข้อ (6 เดือน-1ปี) แก่อาจารย์มหาวิทยาลัย ให้ศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิค เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวิจัยหรือสนับสนุนวิจัยในอนาคต หัวข้อที่ต้องการให้มีการศึกษาประกอบด้วยง Machine vision สำหรับการตรวจสอบคุณภาพในอุตสาหกรรมสิ่งทอ และ เครื่องปั้นดินเผาง เทคนิคเชิงแสงสำหรับการตรวจสอบสารตกค้างในผลไม้ง เทคนิคเชิงแสงสำหรับการตรวจสอบธาตุอาหารในพืช

ผลงานวิจัย/วิชาการ
  • B. Sutapan and M. Tabib-Azar, "Grating-coupled multimode fiber optics for chemical sensing applications," Sensors and Actuators B. Chemical, 69 (2000) 63-69.
  • B. Sutapan and M. Tabib-Azar, "Refractive index sensors based on fiber Bregg gratings and evanescent field interactions,"
  • M. Tabib-Azar, B. Sutapan, and D. Glawe, "Fiber optic MEMS pressure sensors based on evanescent field interaction," in Miniaturized Systems with Micro-Optics and Micromechanics III, SPIE Proceedings Vol. 3276, Paper# 3276-31.
  • M. Tabib-Azar, B. Sutapan, T. Srikhirin, J. Lando and G. Admovsky, "Fiber-optic eletric field sensors using polymer-dispersed liquid crystal coatings and evanescent-field interactions," Sensors and Actuators A: Physical, 84 (2000) 134-139.
  • M. Tabib-Azar, B. Sutapan, R. Pettrick, and A. Kazemi, "Highlysensitive hydrogen sensors using palladium coated fiber optics with exposedcores and evanescent field interactions," Sensors and Actuators B: Chemical, 84 (2000) 134-139.

รางวัลที่เคยได้รับ
ลำดับรางวัลทางวิชาการรางวัลเกียรติยศ/ทั่วไป
1Government Scholarship 2538-2543

 

| Home | หน้าหลัก | สืบค้นข้อมูล | ลงทะเบียน | ลืม password |

http://stscholar.nstda.or.th